Miss U Japan
posted on 24 Mar 2011 18:14 by rhungmodมีโอกาศไปเที่ยวญี่ปุ่น...จากการแลก Point สายการบิน แถมเสียค่าภาษีเพิ่มแค่ 4,000 กว่าบาท...
สุดยอดอะ...วางแผนเที่ยวอย่างดีกับน้องชายที่รัก และเพื่อนสนิทสาวจากไต้หวัน...แต่จู่ๆ
สายการบินก็ยกเลิกบิน Route นี้ซะงั้น...
ทำไงดีหล่ะทีนี้..ตั๋วก็มีแล้ว วางแผนเที่ยวกันแล้ว
ทำไงดีหล่ะทีนี้..ตั๋วก็มีแล้ว วางแผนเที่ยวกันแล้ว...พลพรรคดันไปไม่ได้ซะอีก...โอ้!..แม่เจ้า รึถึงคราต้องสวยฉายเดี่ยว......เป็นไง...เป็นกัน..
"Alone in Japan" ก็ได้...ฉันไม่แคร์...ขอแค่ได้ไป.....

**********************************************************
ศึกษา ศึกษา ข้อมูลต้องแน่น ที่เที่ยวต้องเป๊ะ ชุดต้องเจ๋ง กล้องต้องพร้อม(ขาตั้งกล้องต้องไม่ลืม)..
ว่าแล้ว ก็ตระเวณหาข้อมูล Serch web ซื้อหนังสือ ..สุดยอดอะ อ่านแล้ว ไม่เห็นจะยาก แล้วการเดินทางก็เริ่มขึ้น สายการบินประจำตัว(ในครั้งนั้น Bangkok Airway พนมเปญ-กรุงเทพ กรุงเทพ-ฮิโรชิมา)
....ถึงเช้าพอดีเลย แจ๋วๆๆ แต่ไหง..เครื่องแตะพื้นปุ๊ป หยาดฝนก็ไหลชโลมใจมาเลยทีเดียว....โอ้!.แย่จัง

มีหรือหญิงมั่นอย่างฉันจะแคร์ ผ่านต.ม หนุ่ม ด้วยความทุลักทุเล เพราะพี่แกไม่คุ้นกับชื่อที่พักซะเลย ก็ฉันนอน แบบ Backpacker ราคาถูกคืนละพันกว่าบาทเอ๊ง พี่ ต.ม แกก็เลยไม่รู้จัก เพราะไม่ใช่หรูห้าดาวเป็นหมื่นๆ แถมมาคนเดียวซะนี่ น่าไว้ใจไหมนะ..แหม คุณพี่ขา หุ่นบิ๊กบึ๊มขนาดนี้ คงไม่มาเปิดตลาดแถวนี้หรอกค่ะ อย่างดีก็ต้องไปตะวันออกไกล แกคงรำคาญและเห็นคิวยาว เลยปล่อยไปแต่โดยดี ผ่านมาแย๊ว..ซื้อตั๋วรถเข้าเมืองดีกว่า ...ไปเลย ตู้ซื้อตั๋วจากสนามบิน ไป-กลับ ซื้อซะทีเดียว ประหยัด
รถบัสสองสาย แต่ไปใกล้ๆกัน ของอิฉันสาย 2 ค๊า เป๊ะมาก.. แถมแนะนำพี่คนไทยที่เจอกันบนเครื่อง ว่าคุณพี่ต้องไปสาย 1 ค่ะ เพราะคุณพี่พัก
รถบัสสองสาย แต่ไปใกล้ๆกัน ของอิฉันสาย 2 ค๊า เป๊ะมาก.. แถมแนะนำพี่คนไทยที่เจอกันบนเครื่อง ว่าคุณพี่ต้องไปสาย 1 ค่ะ เพราะคุณพี่พักที่ตรงนี้ จะใกล้กว่า พลางชี้ไปในแผนที่ คุณพี่สองสามีภรรยาแกยิ้มแก้มป่อง "น้องมาหลายครั้งแล้วเหรอคะ...เปล่าค่ะ ครั้งแรก แต่โชว์เดี่ยว เลยต้องเป๊ะหน่อย" 555 แอบภูมิใจเล็กๆ ฉันนี่ก็ใช่ย่อยนะเนี่ย...
ระยะทางจาก สนามบินเข้าเมือง ประมาณ 45 นาที บรรยากาศตลอดเส้นทาง ร่มรื่น และเขียวขจีมาก เขาลูกเล็กลูกน้อยลดหลั่นกันไป...แทบจะละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว ถึงแม้ฝนจะเป็นอุปสรรค แต่ฉันก็อดตื่นเต้นกับการทัวร์ญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตไม่ได้

รถไปจอด ณ.สถานีรถไฟ เผื่อใครจะต่อชินคันเซน ...แต่ทริปนี้ 3 คืน 4 วันขอแค่ Hiroshima พอค่ะ...จากนั้นก็ลากกระเป๋าอันบิ๊กบึ้ม...มาด้วยความลำบาก เพื่อต่อรถรางประจำเมืองไปยังที่หมาย ....รถรางสายสอง ราคาเดียวตลอดสาย
ต้องเก็บภาพซะหน่อย เพราะยังไม่เคยขึ้นรถรางเลยนี่เนอะ...ไปถึงยัง 9 โมงกว่าๆ เข้าที่พักยังไม่ได้ จากที่จอง ต้องcheck in บ่าย 3 ..แต่เจ้าหน้าที่น่ารักมากให้ฝากกระเป๋า แถมให้ใช้ห้องน้ำด้วยอะ ว่าแล้วก็ต้องใช้บริการซะหน่อย ..ห้องน้ำเล็ก แต่สะอาดมาก ทั้งล้างหน้า อาบน้ำซะสบายอุรา ...แล้วก็ไปเดินชมเมืองดีกว่า ..แถมต้องไปหา โอโนมิยากิ ที่แสนดัง..พิซซ่าญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อมากินให้ได้...
ต้องเก็บภาพซะหน่อย เพราะยังไม่เคยขึ้นรถรางเลยนี่เนอะ...ไปถึงยัง 9 โมงกว่าๆ เข้าที่พักยังไม่ได้ จากที่จอง ต้องcheck in บ่าย 3 ..แต่เจ้าหน้าที่น่ารักมากให้ฝากกระเป๋า แถมให้ใช้ห้องน้ำด้วยอะ ว่าแล้วก็ต้องใช้บริการซะหน่อย ..ห้องน้ำเล็ก แต่สะอาดมาก ทั้งล้างหน้า อาบน้ำซะสบายอุรา ...แล้วก็ไปเดินชมเมืองดีกว่า ..แถมต้องไปหา โอโนมิยากิ ที่แสนดัง..พิซซ่าญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อมากินให้ได้...
แล้วก็หาร้านกินจนได้ ขอเก็บภาพตั้งแต่ step แรก จนออกมาให้กินอย่างที่เห็น...โอว้ อร่อยดีแท้ เล่นซะไม่เหลือหลักฐานเลย....ฝนช่างโปรยปรายลงมาเหมือนฟ้าพิโรจน์ โชคดีที่ได้ร่มจากที่พัก..คนญี่ปุ่นช่างมีน้ำใจดีจริง...ฆ่าเวลา ด้วยการเก็บภาพรอบๆ แค่ดันง่วงซะนี่ เพราะฟ้าฝนไม่เป็นใจ แถมบนเครื่องก็นอนไม่หลับ เพราะตื่นเต้น..กลับมาที่พัก แล้วสาวเจ้าก็ใจดี ให้เข้าไปพักก่อน เพราะห้องว่าง..ว๊าว เสื่อยูกาตะ ห้องน่ารัก มีตู้เป็นสัดส่วนด้วย...ชอบอะ..วันนี้ข้างๆไม่มีคนนอนซะด้วย..โชคดีจริงเรา
ของแต่งห้องเก๋ๆ...อิอิ น่ารักจัง
ของีบซักตื่นนะจ๊ะ...เย็นนี้ค่อยว่ากันใหม่..กว่าจะตื่น ก็เล่นเอาโพล้เพล้...ฝนยังตกอยู่เลย..ท้องก็เริ่มส่งเสียงซะแล้ว เลยต้องไปหาไรกินซะแล้วสิเรา
ของแต่งห้องเก๋ๆ...อิอิ น่ารักจัง
ของีบซักตื่นนะจ๊ะ...เย็นนี้ค่อยว่ากันใหม่..กว่าจะตื่น ก็เล่นเอาโพล้เพล้...ฝนยังตกอยู่เลย..ท้องก็เริ่มส่งเสียงซะแล้ว เลยต้องไปหาไรกินซะแล้วสิเราตระเวณราตรีญี่ปุ่นกันซะหน่อยเป็นไร...
ก่อนไป ขอแวะชมบรรยากาศ อนุสรณ์สถาน ที่สำคัญซะหน่อย บรรยากาศยามเย็นก็สวยไปอีกแบบ แต่ดูเศร้านิดๆ..เมื่อนึกถึงสิ่งที่เค้าได้พบเจอ..จากตรงนี้มองลอดไป เห็น Atomic Dome ชัดเจน...ซากปรักหักพัง...ที่เป็นสิ่งเตือนใจ..จากภัยสงคราม....ว๊า..เศร้าไปละ ไปหาหนุ่ม-สาวยุ่นดูกันซะหน่อยดีกว่า..ว่าจะกิ๊ปเก๋เหมือนในทีวีรึเปล่า.....แหล่งที่ไป ถึงแม้จะเป็นแหล่งรวมของวัยรุ่น และวัยทำงาน แต่ถ้าเทียบกับ ฮาราจุกุ หละก็...ยังห่างไกลกันเหลือเกิน.......................
ก่อนไป ขอแวะชมบรรยากาศ อนุสรณ์สถาน ที่สำคัญซะหน่อย บรรยากาศยามเย็นก็สวยไปอีกแบบ แต่ดูเศร้านิดๆ..เมื่อนึกถึงสิ่งที่เค้าได้พบเจอ..จากตรงนี้มองลอดไป เห็น Atomic Dome ชัดเจน...ซากปรักหักพัง...ที่เป็นสิ่งเตือนใจ..จากภัยสงคราม....ว๊า..เศร้าไปละ ไปหาหนุ่ม-สาวยุ่นดูกันซะหน่อยดีกว่า..ว่าจะกิ๊ปเก๋เหมือนในทีวีรึเปล่า.....แหล่งที่ไป ถึงแม้จะเป็นแหล่งรวมของวัยรุ่น และวัยทำงาน แต่ถ้าเทียบกับ ฮาราจุกุ หละก็...ยังห่างไกลกันเหลือเกิน.......................อาจจะเพราะฮิโรชิม่า เป็นเมืองที่ไม่หวือหวา เพราะผ่านมรสุม ระเบิดนิวเคลียส์มาก่อน...บ้านเมืองจึง เรียบง่าย แต่ก็แฝงความทันสมัยไว้เล็กๆ..คืนนั้นฉันกลับมานอน พร้อมซื้อขนมจากร้านสะดวกซื้อตุนไว้ สำหรับมื้อเช้า เพื่อความพร้อมในการ ตระเวณ..ฮิโรชิม่า ในวันพรุ่งนี้..
เช้าวันที่สอง..อากาศช่างเป็นใจเหลือเกิน..ฟ้าสว่างไสว..แดดดี..วันนี้ต้องถ่ายรูปสวยแน่ๆ...ดีจัง..ฉันออกจากที่พักแต่เช้า วางแผนที่จะไป Atomic Dome แวะชม Museum เพื่อศึกษาเหตุการณ์ตอนถูกระเบิดถล่ม...แต่แล้ว ก็ไม่กล้าเข้าไป เพราะเห็นภาพในหนังสือที่เอามาลง..ดูหดหู่เหลือเกิน..ฉันจึงเลือกเก็บภาพ แต่เพียงภายนอก และไม่ลืมแวะไปดู..สัญลักษณ์ของ ซายากะกับนกกะเรียนพันตัว...ตามเรื่องเล่าที่มีมานมนาน....
ฉันปิดท้ายด้วย Atomic Dome แบบชัดๆ...ก่อนจะอำลาสถานที่แห่งนี้...ไปยังเกาะมิยาจิม่า..สถานที่ใครๆก็กล่าวถึง และบอกว่า ถ้าไม่ไปเกาะมิยาจิม่า ก็เหมือนไม่ได้ไป..ฮิโรชิม่า
ฉันนั่งรถรางไปสุดสาย ก่อนจะลงเรือข้ามไปเกาะ..วันนี้ฉันซื้อตั๋วสองวัน..บ้านเรามีตั๋ววัน BTS แต่ที่นี่มีตั๋วสองวัน สำหรับรถราง และเพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยว..เพราะนั่งได้ไม่จำกัด แถมไม่ต้องจ่ายค่าเรือไป-กลับเกาะมิยาจาม่าอีกต่างหาก ช่างสะดวกสบายดีแท้..เกาะมิยาจาม่า มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก..วัดลอยน้ำ..เสียดายที่วันนั้น ไม่ได้ไปช่วงน้ำขึ้น ไม่เช่นนั้น จะเห็นเหมือนวัดลอยอยู่บนน้ำทะเลเลยทีเดียว...หากจะเที่ยวให้ได้รสชาด ต้องใช้เวลา 1 วัน..เพราะจะได้ชมทั้งบริเวณเมืองเก่า ขึ้นกระเช้าชมวิวเกาะ แล้วลงมาช๊อปขนมของฝาก..เสียดายที่รูปบางส่วนไปกับคอมพ์ ที่โดนไวรัสรับประทาน...ทำให้ trip วันที่สองและสาม ไม่มีหลักฐานเหลือให้เชยชม...แต่แค่สองวันที่มาถึง...ก็ตรึงใจมิรู้ลืม ...สัญญา..ฉันจะกลับไปหาเธออีกแน่ๆ...." JAPAN "
เช้าวันที่สอง..อากาศช่างเป็นใจเหลือเกิน..ฟ้าสว่างไสว..แดดดี..วันนี้ต้องถ่ายรูปสวยแน่ๆ...ดีจัง..ฉันออกจากที่พักแต่เช้า วางแผนที่จะไป Atomic Dome แวะชม Museum เพื่อศึกษาเหตุการณ์ตอนถูกระเบิดถล่ม...แต่แล้ว ก็ไม่กล้าเข้าไป เพราะเห็นภาพในหนังสือที่เอามาลง..ดูหดหู่เหลือเกิน..ฉันจึงเลือกเก็บภาพ แต่เพียงภายนอก และไม่ลืมแวะไปดู..สัญลักษณ์ของ ซายากะกับนกกะเรียนพันตัว...ตามเรื่องเล่าที่มีมานมนาน....
ฉันปิดท้ายด้วย Atomic Dome แบบชัดๆ...ก่อนจะอำลาสถานที่แห่งนี้...ไปยังเกาะมิยาจิม่า..สถานที่ใครๆก็กล่าวถึง และบอกว่า ถ้าไม่ไปเกาะมิยาจิม่า ก็เหมือนไม่ได้ไป..ฮิโรชิม่า
ฉันนั่งรถรางไปสุดสาย ก่อนจะลงเรือข้ามไปเกาะ..วันนี้ฉันซื้อตั๋วสองวัน..บ้านเรามีตั๋ววัน BTS แต่ที่นี่มีตั๋วสองวัน สำหรับรถราง และเพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยว..เพราะนั่งได้ไม่จำกัด แถมไม่ต้องจ่ายค่าเรือไป-กลับเกาะมิยาจาม่าอีกต่างหาก ช่างสะดวกสบายดีแท้..เกาะมิยาจาม่า มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก..วัดลอยน้ำ..เสียดายที่วันนั้น ไม่ได้ไปช่วงน้ำขึ้น ไม่เช่นนั้น จะเห็นเหมือนวัดลอยอยู่บนน้ำทะเลเลยทีเดียว...หากจะเที่ยวให้ได้รสชาด ต้องใช้เวลา 1 วัน..เพราะจะได้ชมทั้งบริเวณเมืองเก่า ขึ้นกระเช้าชมวิวเกาะ แล้วลงมาช๊อปขนมของฝาก..เสียดายที่รูปบางส่วนไปกับคอมพ์ ที่โดนไวรัสรับประทาน...ทำให้ trip วันที่สองและสาม ไม่มีหลักฐานเหลือให้เชยชม...แต่แค่สองวันที่มาถึง...ก็ตรึงใจมิรู้ลืม ...สัญญา..ฉันจะกลับไปหาเธออีกแน่ๆ...." JAPAN "edit @ 25 Mar 2011 19:47:54 by supermod
edit @ 25 Mar 2011 20:09:00 by supermod
edit @ 25 Mar 2011 20:13:18 by supermod
edit @ 25 Mar 2011 20:18:45 by supermod
edit @ 25 Mar 2011 20:21:20 by supermod